Hina_Sakura View my profile

[One Piece] Please! Take care my heart

posted on 01 May 2015 02:55 by lovealaude in One-Piece

Title  ::  Please! Take care my heart

Story  ::  AU Fic – One Piece

Paring  ::  Eustass Kid x Trafalgar Law

Rate  ::  PG(มั้ง?)

Warning  ::       ยุคปัจจุบันค่ะ

อาจหลุดคาแรกเตอร์...^^;;

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*

 

 

 

ดวงตาสีแดงเหม่อมองเงาร่างของนางพยาบาลสาวที่เดินวนเวียนอยู่รอบแผนกรับรองที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยที่มานั่งรอต่อคิวเข้ารักษามากมาย มีตั้งแต่วัยเด็กอ่อนไปถึงวัยชราอันเป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลที่ในแต่ละวันจะมีผู้เจ็บป่วยเข้ามาใช้บริการเพื่อต้องการจะหายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย

 

 

อารมณ์หงุดหงิดปนเหนื่อยหน่ายสื่อผ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้น... ยูสทัส คิด ถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ มองบัตรคิดที่ใช้เป็นสิ่งฆ่าเวลาไม่รู้ตั้งกี่รอบในหลายนาทีที่ผ่านมา

 

 

เขาเกลียดโรงพยาบาล...เพราะกลิ่นฉุนอันเป็นเอกลักษณ์ของยา และสีขาวที่แสนน่าเบื่อ มันดูไร้สีสัน จืดจาง เป็นสถานที่ซึ่งไม่เหมาะกับตัวเขาเป็นที่สุด

 

 

“ไม่เอาน่า คิด...” เสียงคนข้างกายที่นั่งรอคิวเป็นเพื่อนเอ่ยท้วงเมื่อจับออร่าบางอย่างที่แผ่ออกมาได้ “ทำหน้าแบบนั้น เดี๋ยวคุณหมอก็ไม่ยอมให้เข้าตรวจหรอก”

 

 

“ก็เรื่องของมันสิ!”

 

 

“ไม่ได้...นายบาดเจ็บอยู่นะ ห่วงร่างกายตัวเองหน่อยสิ”

 

 

“ฉันสบายดี คิลเลอร์”

 

 

“นายไม่สบายคิด”

 

 

คนป่วยชักสีหน้าหงุดหงิดขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ปล่อยออร่าทะมึนจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ คิลเลอร์จึงทำเพียงนิ่งเงียบ ไม่ไปขัดใจคุณท่านที่กำลังอารมณ์เสีย อดทนเล่นสงครามประสาทด้วยความเงียบกันต่อไปได้อีกพักหนึ่ง...ในที่สุดเขตแดนนรกนี่ก็ถูกปลดออกด้วยเสียงเรียกประกาศคิวต่อไป

 

 

[คุณยูสทัส เชิญพบแพทย์ที่ห้องตรวจ 3 ค่ะ]

 

 

“ทำตัวดีๆ เข้าใจไหม? คิด”

 

 

“รู้แล้วน่า!!”

 

 

เจ้าของชื่อคิว และญาติ(?)ผู้มาเป็นเพื่อน ลุกเดินเข้าไปในห้องตรวจที่สามตามเสียงประกาศ เหล่านางพยาบาลต่างหลีกทางให้ด้วยความเต็มใจเมื่อเห็นสีหน้าที่ราวกับยักษ์แปลงกายมาจ้องเขม่นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อพวกเธอให้ได้

 

 

ครืนนน...

 

 

ประตูห้องตรวจเลื่อนปิดแล้ว ผู้ป่วยนั่งลงตรงข้ามหมอ ส่วนญาติยืนร่วมรับฟังใกล้ประตู ...นายแพทย์เจ้าของไข้เงยหน้าจากจอคอมฯ พบคนไข้คิวต่อไป ด้วยสีหน้าที่ค่อยๆ ซีดลง

 

 

“เอ่อ...อาการคือ?” นายแพทย์ปากสั่นแทบเอ่ยไม่เป็นคำเมื่อเห็นรังสีฆ่าฟันจากคนไข้ร่างกำยำที่ดูยังไงก็ไม่น่าเป็นคนป่วยแม้แต่นิด

 

 

“อยากทราบอาการโดยรวมน่ะ...พอดีเมื่อวันก่อนเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย อยากให้ช่วยตรวจดูว่าร่างกายมีอะไรผิดปกติรึเปล่า” คิลเลอร์บอกแทนคิดที่นั่งเขม่นนายแพทย์จนตัวดูหดลงเล็กเหลือแค่สองมิลฯ

 

 

นายแพทย์พยักหน้ารัว หันไปสนใจหน้าจอคอมฯ ชนิดแทบจะเอาหน้าแนบไปกับมันเลยทีเดียว นิ้วมือกดเคาะแป้นด้วยความสั่นกลัว ใช้เวลานานกว่าจะป้อนข้อมูลที่ถูกต้องส่งผ่านไปทางคอมฯ หลักของนางพยาบาลที่จะต้องรับช่วงต่อ

 

 

“ชะ-เชิญตามนางพยาบาลไปแผนก X-ray ได้เลยครับ” นายแพทย์ผายมือไปทางนางพยาบาลสุดโชคร้าย เธอเองก็มีสีหน้าช็อคเมื่อเห็นว่าต้องมารับมือกับคนไข้แบบไหน

 

 

รับเอกสารมาดำเนินการต่อ เดินนำทางให้แก่ทั้งคู่ไปที่แผนกดังกล่าวด้วยท่าทางสำรวมที่สุดในชีวิต เมื่อถึงแผนก เธอจัดการยื่นเอกสารเสร็จก็รีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไป ให้เหล่าบุรุษพยาบาลรับมือกันต่อ

 

 

“ช่วยถอดเสื้อให้หมดด้วยครับ...เอ่อ เครื่องประดับด้วย” บุรุษพยาบาลกล่าวกับยูสทัส คิด หลังกวาดสายตาอ่อนทุกตัวอักษรในเอกสารที่ถูกวางไว้ลวกๆ บนเคาน์เตอร์รับรอง

 

 

“ยุ่งยากจริง!” คิดคำรามเสียงด้วยความไม่พอใจ

 

 

“เพื่อไม่ให้เกิดวามสับสนว่านั่นเป็นสิ่งที่อาจฝังอยู่ในร่างกายของคุณ คุณควรทำตามอย่างเคร่งครัด...ห้องเปลี่ยนเสื้ออยู่ด้านในครับ ส่วนญาติกรุณารอด้านนอก” บุรุษพยาบาลกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่สุภาพตามระเบียบแผนงาน

 

 

แว่วเสียงเดาะลิ้นของคนไข้ตัวโต เมื่อมองไล่หลังจนเห็นว่ายอมเดินหายเข้าไปด้านในดีๆ บุรุษพยาบาลผู้เป็นเวรชั่วคราวในวันนี้จึงหันไปปรายตามองญาติคนไข้ที่ยังยืนนิ่ง

 

 

“หากไม่ได้ป่วยอะไรเชิญรอด้านนอกด้วยครับ...ผมจะได้ทำงานได้เต็มที่” ย้ำอีกหนพลางขยับเข้าไปเป็นสัญญาณให้ถอย

 

 

“ฉันเกรงว่ามันจะไม่ดีสำหรับนาย” คิลเลอร์บอกด้วยคำจำกัดความที่กลั่นกรองได้ยาก เพราะไม่รู้จะสื่ออย่างไรโดยไม่ให้อีกฝ่ายตื่นตกใจ

 

 

“มันดีสำหรับผมแน่...กรุณาออกไปรอด้านนอกด้วยครับ” ตัดจบด้วยคำพูดที่ติดห้วนปลายเสียง มือเรียวเอื้อมไปเปิดสวิชต์เครื่องที่อยู่เบื้องหลังของคนที่ยืนขวางทาง ก่อนจะหันไปกดตั้งค่าเครื่องอีกมุมหนึ่ง

 

 

คิลเลอร์ยอมออกไปแต่โดยดี นั่งรอคิดที่เก้าอี้ที่มีหน้าห้องตรวจ ภาวนาไม่ให้คนไข้ก่อเรื่องโดยใช่เหตุ ...ส่วนด้านในนั้น คิดเดินออกมาในสภาพเปลือยท่อนบน ไร้เครื่องประดับตามที่บุรุษพยาบาลบอก ยืนในท่าตามที่อีกฝ่ายบอก

 

 

“สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครับ แล้วกลั้นไว้ครู่หนึ่งด้วยครับ” บอกเมื่อเห็นช่วงไหล่ของคนไข้ตก มองสีหน้าก็รู้ว่าคงไม่เต็มใจมาตรวจเสียเท่าไหร่

 

 

“เรื่องมากจริง...” แอบบ่น

 

 

“อย่าพูดเวลาตรวจครับ” แต่ก็ยังมีคนหูผีได้ยิน

 

 

“ชิ!” เส้นเลือดเริ่มปูดเป็นรอย คิดตั้งมั่นว่าหากบุรุษพยาบาลคนนี้ยังกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอีกครั้ง อารมณ์หงุดหงิดทั้งหมดจะไปลงเป็นรอยประดับไว้บนหน้าของมันแน่

 

 

เพียงครู่เดียว คิดก็ได้รับอนุญาตออกจากห้อง X-ray เปลี่ยนชุดและออกไปรอรับฟังผลด้านนอกที่แผนกรับรอง สำหรับคนจำหน้าได้ก็แทบหันหน้าหนีกันไม่ทัน

 

 

“ยังต้องรออีกเหรอวะ?” สบถด้วยความอดทนที่ไม่เคยมี เคาะนิ้วกับพนักพิงของเก้าอี้ ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นทวีคูณ เมื่อไหร่เขาจะได้ออกไปจากที่นี่กันฟร่ะ!!?

 

 

“ใจเย็นสิ ต้องรอผลตรวจก่อน” คิลเลอร์ปลอบไปเท่านั้น รู้สึกโล่งใจที่คิดยังพอมีความอดทน ไม่อัดบุรุษพยาบาลคนนั้นฆ่าหมกตายคาห้องไปเสียก่อน

 

 

“เฮอะ! เพราะงี้ไงถึงได้ไม่อยากมา จะอะไรกันหนักหนา ฉันแค่ล้มเองนะโว้ย!” คิดโวยวายเสียงดัง ไม่เกรงใจว่าจะมีใครเข้ามาด่าหรือไม่ เพราะพวกนางพยาบาลต่างก็หน้าซีดไม่กล้าเข้าใจ ส่วนบุรุษพยาบาลยิ่งแล้วใหญ่ ส่ายหน้ากันรัวเมื่อเห็นหุ่นที่เทียบกันไม่ติด

 

 

“อย่ารบกวนคนอื่นสิ คิด” คิลเลอร์เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ซึ่งคิดก็ยอมถอยในระดับหนึ่ง “...อีกอย่าง นายไม่ใช่แค่ล้มนะคิด นั่นเขาเรียกว่า ‘พลาดตกเขา’ ต่างหาก”

 

 

“แล้วมันต่างกันยังไงฟร่ะ!”

 

 

“ต่างสิ ระดับความเจ็บปวดย่อมต่างกันอยู่แล้ว”

 

 

“ไม่เข้าใจโว้ย! แล้วฉันก็ปกติดี ไม่จำเป็นต้องมาตรวจอะไรให้วุ่นวายด้วย!”

 

 

“นายต้องตรวจ เพื่อตัวนายเองนะคิด ไถลไปตั้งขนาดนั้น ฉันว่านายต้องเป็นอะไรสักที่แน่”

 

 

“นี่แก...คิดแช่งกันเรอะ!!?”

 

 

คนตัวโตลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อนก็เพื่อนเถอะ! พูดแบบนี้ต้องมีเจอกันหน่อย! ...คิลเลอร์ลอบถอนหายใจ เจ้าคนหัวดื้อนี่ช่างสร้างปัญหาได้ทุกที่เสียจริง

 

 

แต่ก่อนที่มวยจะเริ่ม พระผู้มาโปรดของทุกคน ณ แผนกนี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น...

 

 

“หากพวกคุณไม่คิดสำรวมกิริยาก็ขอเชิญออกไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นที่มีคำอนุญาตใช้เสียงดัง”

 

 

ทั้งคู่หันมองผู้เข้ามาขวางคั่นบทสนทนา ...คุณหมอชุดกาวด์สีขาวสะอาดตาตัดกับสีผิวแทนเข้มยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่สวยหลังกรอบแว่นใสสื่อความไม่พอใจผ่านออกมา ไล่มองพฤติกรรมของแขกทั้งสองด้วยความไม่ปราณีหากยังแสดงกิริยาหยาบคายดังกล่าวต่อ

 

 

ดวงตาสีแดงมองสบประสานเข้าพอดี หากแต่อีกฝ่ายยังคงสื่อผ่านไปด้วยความหงุดหงิด ...แต่เขาไม่ใช่อีกแล้ว ก้อนเนื้อในอกมันบีบรัดรุนแรงจนเกิดอาการเกร็งไปทั่วร่าง ฝ่ามือยกขึ้นกุมอกของตัวเองอัตโนมัติ ร่างกายจำต้องงอโค้งลง สีหน้าแสดงถึงความแปลกใจและงุนงงกับอาการเฉียบพลันที่เกิดขึ้นกับตนเอง

 

 

“เฮ้! คิด นายไม่เป็นอะไรนะ?” คิลเลอร์ที่สะดุ้งเพราะคิดมีท่าทางเปลี่ยนไป ไถ่ถามด้วยความนึกเป็นห่วงขึ้นมา เกรงว่าที่แช่งไว้จะเป็นจริง

 

 

และความลนลานนั้นก็ดึงความสนใจของนายแพทย์หนุ่มให้ยอมยกเรื่องคาดโทษไว้ก่อน เข้าไปประชิดตัวดูอาการของชายตัวโตใกล้ๆ

 

 

“คุณเป็นอะไร? เจ็บตรงไหน?”

 

 

“เจ็บ...หน้าอก”

 

 

สีหน้าของผู้เป็นหมอเปลี่ยนไปทันที เรียกพยาบาลและบุรุษพยาบาลมาช่วยกันพยุงอีกฝ่ายไปที่ห้องตรวจของตน โดยมีญาติที่อยู่ใกล้กันให้ความร่วมมือจึงสามารถพามาได้โดยไม่ต้องพึ่งรถเข็นหรือเตียง

 

 

คิดนอนกุมหน้าอกด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ไม่เคยป่วยจนต้องทรมานขนาดนี้...เจ็บไปหมด ทั้งหัวใจ และร่างกายที่เหมือนจะอ่อนแอลง

 

 

นี่เขาป่วยจริงรึ?

 

 

หรือว่า...

 

 

“อดทนไว้ จะตรวจเดี๋ยวนี้ล่ะ” นายแพทย์กล่าวให้กำลังใจ ขณะยื่นเรื่องเร่งด่วยในการรักษาคนไข้ และขอประวัติคนไข้รายนี้จากนางพยาบาล

 

 

“หมอ...” ฝ่ามือหยาบเอื้อมคว้าเรียวแขนผอมบางของอีกฝ่าย รั้งให้เข้ามาใกล้ หัวใจบีบรัดยิ่งกว่าเดิม “ฉันจะหายรึเปล่า?”

 

 

ดวงตาคู่นั้นมองกลับ สงบท่าทางของตนลง “หายสิ...ผมจะรักษาคุณเอง”

 

 

รอยยิ้มบางอย่างคลี่ออกตามจังหวะการบีบรัดของหัวใจที่เต้นรัวภายในอก เป็นรอยยิ้มที่คุณหมอไม่ทันได้เห็น

 

 

แล้วความวุ่นวายภายในแผนกรับรองก็จบลงเพียงเท่านั้น ด้วยฝีมือคุณหมอคนดังที่ขอเคสรักษามาอยู่ในความดูแลเอง ...ก่อนที่อีกหลายนาทีต่อมาจะได้ยินเสียงโหยหวนออกมาจากห้องตรวจของคุณหมอทราฟาลก้า

 

 

บุรุษพยาบาลคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องเอกสาร หลังจากรับรายงาน และการไหว้วานจากนางพยาบาลอีกต่อถึงผลตรวจของคนไข้มื่อครู่ที่เขารับดูแล สายตากวาดหาคนตัวโตผมสีแดงเป็นลักษณะเด่น ซึ่งน่าจะหาได้ง่ายแท้ๆ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาเส้นผม

 

 

ครั้นเห็นเงาร่างเพื่อนรักจึงทักถาม เผื่อว่าจะได้ความอะไรมาบ้าง

 

 

“ซาจิ นายเห็นคนไข้ตัวใหญ่ๆ ผมสีแดงบ้างไหม?”

 

 

“อ๋อ ถ้าคนนั้นตอนนี้คุณหมอทราฟาลก้ารับเคสรักษาอยู่น่ะ”

 

 

“รักษา?”

 

 

“อ่าฮะ”

 

 

“มีอะไรให้ต้องรักษาด้วยเหรอ? ในเมื่อผล X-ray ออกมาว่าเขาปกติดีทุกอย่าง?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(จบ...แบบมึนๆ)

 

 

โดนคนอ่านไล่ฆ่า 5555+

มาแบบมึนๆ เมาๆ เพราะแต่งตอนตีหนึ่งจ้า @[]@/

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ๋อยยย พวกนายเป็นใคร ทำไมน่ารัก (///-///)

#2 By valentearz on 2015-05-21 10:55

มีตอนต่อไหมคะ ? 5555 /โดนตบ
คิดไม่ว่าจะอยู่ในฟิคไหนนายก็เป็นเด็กจริงๆ ต้องให้คิลเลอร์คอยห้ามตลอดด

#1 By Merr (110.171.174.181|110.171.174.181) on 2015-05-03 18:33

Categories