Hina_Sakura View my profile

[One Piece]Don't Understand ...or Don't Know (Yaoi)

posted on 20 Apr 2015 03:12 by lovealaude in One-Piece

Title  ::  Don’t Understand…or Don’t know ?

Story  ::  Fic – One Piece

Paring  ::  Shanks x Mihawk

Rate  ::  PG(มั้ง?)

Warning  ::       คู่แรร์จ้า

อาจหลุดคาแรกเตอร์...^^;;

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*

 

 

 

ตั้งแต่ได้ชื่อเสียงนักดาบอันดับหนึ่งของโลกมา

...ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด

.

.

.

ยกเว้นเจ้านั่นที่ก้าวเข้ามาในชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เคร้ง!!

 

 

คมดาบปะทะกันพร้อมฮาคิที่ถูกปล่อยออกมาตามระดับความเคร่งเครียดของสมอง ร่างสองร่างก้าวเข้าหาใส่กัน ดวงตาแน่วแน่จับจ้องการเคลื่อนไหวของศัตรู ประมวลผล และออกคำสั่งให้ร่างกายขยับรับมือท่วงท่าอันทรงพลัง

 

 

เคร้ง!!

 

 

คมดาบตวัดออกจากกัน...เช่นทุกครั้งในตอนท้ายของงาน

 

 

“ฮ่าๆๆ ว้า...เสมอกันอีกแล้วนะ” ชายเจ้าของฉายาผมแดง บุรุษผู้มีเอกลักษณ์สีผมและบาดแผลสามทางบนใบหน้า หัวเราะร่วนก่อนที่จะเก็บดาบเข้าฝักไป

 

 

มิฮอว์คมองอีกฝ่ายที่เป็นทั้งศัตรูคู่ปรบมือมานาน ดวงตาคมดุจเหยี่ยวนั้นเลื่อนมองช่วงแขนภายใต้เสื้อคลุมสีดำที่สวมไพล่ไว้ในลักษณะผิดรูปจากธรรมดาเล็กน้อย...เพื่อปกปิดบางอย่างไว้ให้พ้นสายตาของศัตรู

 

 

แต่ก็ไม่มีวันพ้นสายตาของเขาไปได้...และสิ่งนั้นคือตัวตัดสินการต่อสู้ที่มีมายาวนานของพวกเขา

 

 

ใบหน้าเรียบเฉยลดระดับลง ทำให้ปีกหมวกใบโปรดลดลงปิดกั้นดวงตาของเขาไว้ ดาบเล่มใหญ่คู่ใจถูกตวัดแนบไว้ด้านหลัง เจ้าของร่างที่ดูสง่าผ่าเผยกลับดูน่าสลดนักในเวลานี้

 

 

“อ้าว? จะไปแล้วรึ?” แชงค์คูสเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างสมส่วนนั้นกำลังก้าวเดินไปอีกทางที่ไม่ใช่จุดรวมพลของลูกเรือเขา

 

 

“...” ไร้คำตอบรับจากมิฮอว์ค ดวงตาคมยังคงทอดมองตรงไปตรงมาเช่นเคย แม้ภายในจะปั่นป่วนเพียงแค่ไหนก็ตาม

 

 

“ไม่เอาน่า...” ฝ่ายถูกเมินไม่ยอมรับการจากลาง่ายๆ วงแขนแกร่งอีกข้างที่เหลือตวัดคล้องคอคนที่ตั้งใจจะจากไปทั้งแบบนี้โดยไม่ยอมอยู่ร่วมดื่มสังสรรค์ด้วยกันเหมือนทุกครั้งที่การต่อสู้จบลง “อยู่ดื่มด้วยกันก่อนสิ รอบนี้ฉันเหล้าดีมาด้วยนา”

 

 

มิฮอว์คหลุบเปลือกตาลงช้าๆ ก่อนที่จะลืมขึ้น ชักหัวคิ้วข่มความอยากดื่มไว้ ไม่ยอมตามน้ำข้อเสนอที่แชงค์คูสเลือกใช้จุดอ่อนของเขามาล่อ...ไม่ยอมง่ายๆ ...ไม่ยอม

 

 

แล้วทำไมเขาถึงมานั่งในวงล้อมเสียงเจี้ยวจ๊าวพวกนี้ได้เนี่ย!?

 

 

แก้วไม้ใส่เหล้ารสดีไว้เต็มไม่พร่องลงแม้แต่นิด ผิดวิสัยคนชอบดื่มเป็นอย่างยิ่ง มิฮอว์คไม่รู้สึกถึงความน่าอร่อยของเหล้าในมือเลยสักนิด แม้ว่าตัวเขาเองจะรู้ว่ามันเป็นเหล้าที่ถูกบ่มหมักมาดีด้วยความที่กินมานับชนิดไม่ถ้วน เพียงแค่มองเขาก็สามารถบอกได้ว่ามันดีตามคำคุยโว้ของกัปตันที่กู่ร้องกลางงานเลี้ยง

 

 

มิฮอว์คขยับตัวหนีออกมาจากวงเหล้างานเลี้ยงที่เสียงดังจนน่ารำคาญ ผิดวิสัยคนชอบความเงียบสงบเช่นเขา ก้อนหินขนาดกำลังดีถูกใช้เป็นเก้าอี้ชั่วคราว ห่างจากวงงานเลี้ยงพอสมควร

 

 

นั่งตากลมกลางคืนครู่ใหญ่ สมองของมิฮอว์คค่อยโล่งขึ้นหน่อย อากาศของเกาะนี้ช่างแปลกประหลาด ทั้งที่ตกกลางคืนแล้วแต่อากาศช่างอบอ้าวนัก แม้จะมีลมเย็นๆ พัดมาเป็นช่วงๆ แต่ก็ร้อนกว่าจะมีอารมณ์ร่วมงานเฮฮาสังสรรค์เหมือนพวกลูกลิงของเจ้าบ้านั่นได้

 

 

เบนที่อยู่ห่างออกไป นั่งดื่มเงียบๆ คนเดียวกับปืนคู่ใจ เหลือบมองแขกคนสำคัญของกัปตันตนเองหลบมุมออกมาเช่นกัน ริมฝีปากที่คาบบุหรี่คาไว้พ่นควันสีขุ่นออกมาพร้อมลมหายใจ

 

 

ตุบ...

 

 

ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเหลือบมองรองกัปตันที่ถือวิสาสะย้ายที่มานั่งสูบบุหรี่ข้างๆ ก่อนที่จะเลื่อนมองไปทางอื่น

 

 

“...ไม่ดื่มหรือ?” เบนเลียบถาม เมื่อเห็นว่าเหล้าในแก้วของแขกไม่พร่องลงเลย

 

 

มิฮอว์คไม่ตอบ เขาก้มมองแก้วเหล้าที่ถือในมือจนแทบจะเกร็ง ยกมันขึ้นจิบพอให้ได้รสชาติผ่านริมฝีปาก ก่อนจะปล่อยให้มันเป็นหม้ายอีกครั้ง

 

 

เบนยกยิ้มบาง เขารู้ว่าทำไมคอเหล้าอย่างมิฮอว์คถึงไม่ยอมแตะเหล้าในการพบกันครั้งนี้เลย “เจ้านั่นมันบ้า”

 

 

“...ฉันรู้”

 

 

“แต่ก็บ้าแบบมีเหตุผลนะ”

 

 

“...”

 

 

แม้เบนจะไม่สนิทชิดเชื้อกับแขกคนนี้เป็นพิเศษเหมือนกัปตันของพวกเขา แต่เบนก็พอจะเข้าใจนิสัยของมิฮอว์คอยู่บ้าง และในมุมมองจากคนที่สามอย่างเขา ย่อมเห็นอะไรที่กว้างกว่าคนสองคนที่ต่างฝ่ายต่างมองกันด้วยสายตาคนละแบบ...

 

 

“เสียใจรึ?” เบนลองเสี่ยงทายอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะรู้อยู่เต็มอกก็ตาม

 

 

มิฮอว์คเลื่อนสายตามองรองกัปตัน...รู้สึกว่าจะเป็นจอมยุ่งไม่ต่างกันเสียจริง

 

 

“ไม่เกี่ยวกับนาย...ฉันว่าคำนั้นควรมีไว้ถามพวกนายมากกว่านะ” เบนยิ้มขำกับคำประโยคข้างต้น มิฮอว์คจะรู้ไหมนะ? ...ว่าที่พูดออกมานั่นหมายถึงอะไร

 

 

“หากมันเป็นความต้องการของกัปตัน พวกฉันก็ยินดียอมรับด้วยความเต็มใจ”

 

 

“หึ!”

 

 

สุ่มเสียงที่คล้ายจะไม่พอใจดังตอบรับทันทีที่เบนเอ่ยจบ น้อยครั้งนักที่มิฮอว์คจะแสดงสีหน้าร่วมอารมณ์ด้วย จนเบนอยากจะหากล้องมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นข้อต่อรองกับเจ้ากัปตันตัวดีเสียจริง

 

 

เงียบกันต่ออีกสักพัก คราวนี้มิฮอว์คเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง...

 

 

“...ฉันไม่เข้าใจ”

 

 

เบนเหลือบมองอีกฝ่าย “เรื่องไหนล่ะ?”

 

 

“ทุกเรื่อง”

 

 

บุหรี่ถูกหยิบออกจากปากชั่วคราว เบนพ่นควันออกมาเฮือกใหญ่ ครุ่นคิดคำตอบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อจะนำมาต่อบทสนทนา

 

 

“นาย...ไม่เข้าใจ...หรือนาย...ไม่รู้ใจตัวเองกันแน่?” เบนจี้จุดแรง ไม่เกรงกลัวต่อดวงตาดุจเหยี่ยวผู้ทรนงคู่นั้นที่จ้องเขม็งมาด้วยความไม่พอใจ

 

 

“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่นายกำลังพูดอยู่”

 

 

เบนออกแรงดูดบุหรี่จนทำให้ไฟไล่มาถึงก้นกรองเร็วขึ้น เขาหยิบมันกดขยี้ลงบนพื้นดิน จากนั้นจึงพ่นควันสุดท้ายของบุหรี่ม้วนนี้ออกมาด้วยลมหายใจแรงๆ

 

 

รองกัปตันผู้สุขุมถึงกับต้องจนมุม...ไม่รู้ว่าจงใจพูด หรือพูดออกมาจากใจกันแน่ ในจุดนี้เบนไม่สามารถตอบได้ และเขาก็ไม่สามารถเป็นคนกลางให้ได้อีกต่อไป ในเมื่อมิฮอว์คยังยืนยันคำเดิมแบบนี้

 

 

“ถ้างั้นก็ลืมมันเสียเถอะ คิดเสียว่าฉันพูดกับตัวเองก็ได้” เบนกล่าวเพียงแค่นั้น ก่อนจะลุกจากไปหาที่นั่งสูบบุหรี่เงียบๆ คนเดียวต่อ

 

 

มิฮอว์คมองตามแผ่นหลังของเบนไป ทั้งแววตาและสีหน้าไม่สามารถบ่งบอกความรู้สึกและความนึกคิดของเขาได้

 

 

ตุบ...

 

 

มิฮอว์ครู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่หนักล้มทับอยู่บนหน้าตักของเขา แถมอะไรบางอย่างที่ว่ายังสามารถขยับสร้างความน่ารำคาญให้แก่เขาได้พอๆ กับเสียงยานๆ ของมันด้วย!

 

 

“ฮ่าๆๆ นี่ตาเหยี่ยว คืนนี้เรามาดื่มให้เต็มคราบกันเถอะ!” เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงยานครางแทบไม่ได้ศัพท์ ในมือแกว่งแก้วเหล้าของตนไปมาจนของเหลวภายในแทบจะกระเฉาะออกมาเปื้อนผู้เคราะห์ร้าย

 

 

มือเรียวรีบจับข้อมือนั่นไว้แน่น ก่อนที่เหล้าจะหกเปื้อนเสื้อผ้าของเขาจนมีอันให้ต้องเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้

 

 

“หืมมมม? ....อะไรกัน? ตัวนายไม่มีกลิ่นเหล้าเลย” แชงค์คูสมุ่นคิ้วไม่พอใจเมื่อเขาไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย

 

 

“ฉันคอแข็งอยู่แล้ว ไม่เหมือนนายหรอก...เมาจนเละขนาดนี้ก็ควรจะไปนอนได้แล้ว ฉันจะได้กลับเสียที” ไม่ว่าเปล่า มิฮอว์คจัดการยันเจ้าคนไร้มารยาทลงไปนอนกองกับพื้นตามคำแนะนำที่ดี

 

 

“งืมมม...” แชงค์คูสไม่ยอมแพ้ คลานกลับขึ้นมาใหม่ ส่งยิ้มที่มิฮอว์คเห็นมันเป็นเพียงแค่รอยยิ้มของไอ้บ้าคนหนึ่งเท่านั้น “ฉันยังไม่เมาสักหน่อย” คนเมาปฏิเสธข้อหาที่ว่ากล่าว ดื่มเหล้าเข้าไปอีกอึกใหญ่

 

 

“นายเมา”

 

 

“ช้านน...ม่ายยย-อึ่ก! ด้ายเมาน๊า~”

 

 

มิฮอว์คชักอยากคว้าดาบที่พิงต้นไม้อยู่ข้างๆ มาฟันไอ้ตัวน่ารำคาญนี้ให้ขาดสองท่อนเสียเหลือเกิน...ถ้าไม่ติดว่าไอ้ตัวน่ารำคาญนั่นกำลังกอดช่วงตัวเขาไว้แน่นจนขยับเคลื่อนไหวลำบาก เท่านั้นไม่พอ ยังจะคิดขึ้นมาลวนลามเขาอีก!

 

 

“ผมแดง...นี่เป็นการเตือนครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย...ปล่อย-ฉัน-ซะ

 

 

“ม่ายยยย...ปล่อย”

 

 

เป็นการยืนยันในคำพูด แชงค์คูสขยับศีรษะหนุนตักของมิฮอว์ค สองแขนโอบรัดช่วงเอวของอีกฝ่ายแน่นขึ้น ทิ้งแก้วเหล้าที่หล่นหกเต็มพื้นตอนถูกผลักลงไปนอนกองไว้อย่างไม่คิดแยแสอีก

 

 

“...” มิฮอว์คทำท่าจะต่อว่า แต่ความโกรธจัดที่อยู่ภายในมันคุกรุ่นชนิดที่เลือกไม่ถูกทีเดียวว่าควรจะหยิบดาบมาฟันมันก่อน หรือจับมันทุ่มพื้นให้ตาสว่างก่อนแล้วค่อยฟันทิ้งดี ?

 

 

“นี่...มิฮอว์ค” เจ้าของชื่อหยุดนิ่ง เงียบฟังในสิ่งที่แชงค์คูสจะพูดต่อไปนี้ ...เพราะการที่อีกฝ่ายเรียกชื่อจริงของเขา ย่อมหมายถึงเป็นเรื่องสำคัญ “ช่วยฟังเรื่องของฉันทีนะ...”

 

 

“...ว่ามาสิ”

 

 

สุดท้าย...เขาก็ใจอ่อนกับไอ้บ้านี่อีกจนได้

 

 

มิฮอว์คนั่งฟังเรื่องของแชงค์คูสทุกคำพูด...ทุกคำพูดจริงๆ และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่ามันไร้สาระมาก!!

 

 

นักดาบที่เก่งกาจที่สุดในโลกสูดลมหายใจเข้าลึก อดกลั้นต่อความอยากฆ่าไอ้มนุษย์เฮงซวยนี่ให้ลาโลกไปเสีย...มิฮอว์คตั้งมั่นจะทำแบบนั้นในสักวัน ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของชายผู้เป็นถึงกัปตันที่มากความสามารถเสียจนรัฐบาลโลกยังต้องหวั่นเกรง

 

 

ในอนาคตอันใกล้ ชายคนนี้ต้องกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและความน่าเกรงขามมากขึ้นกว่านี้แน่

พอถึงตอนนั้น...พวกเขาจะสามารถพบหน้ากันในสถานะเดิมได้อีกไหมนะ?

ในเมื่อแขนข้างนั้น...

 

 

เผลอเป็นเมื่อไหร่ มิฮอว์คพบว่าดวงตาของตนต้องจับจ้องมองไปที่แขนเสื้อข้างที่ไร้กล้ามเนื้อนั่นทุกครั้ง

 

 

ไม่อาจยอมรับ

และไม่อยากยอมรับ

 

 

มิฮอว์คยอมปล่อยให้แชงค์คูสพร่ำเพ้อถึงเด็กชายที่ไปเจอมาระหว่างเดินทาง เล่าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขว่าเป็นเด็กที่น่าสนใจขนาดไหน มิฮอว์คไม่คิดจะฟังอีกในช่วงหลังๆ เขาปล่อยให้ไอ้ขี้เมาคนนี้นั่งหัวเราะชอบใจไปคนเดียว...เป็นไอ้บ้าสมคำเรียก

 

 

“โอ๊ะ! กัปตันมาอยู่นี่เอง” ชายร่างอ้วนเดินเข้ามาพร้อมเนื้อชิ้นโตที่กัดค้างไว้ เมื่อเห็นว่ากัปตันที่หายไปกลางงานมาคลุกตัวอยู่กับใครก็ทำให้เขาฉีกยิ้มกว้างใหญ่

 

 

“อะไร?” มิฮอว์คมุ่นคิ้วชักเสียงถาม เพราะตอนที่อีกฝ่ายยิ้ม สายตาของมันไม่ได้มองที่กัปตันของมัน แต่มันมองมาทางเขาแทน

 

 

“อ่อ  พอดีจะมารายงานกัปตันว่าล็อคเกาะต่อไปต้องใช้เวลาถึงพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ดังนั้นคืนนี้เราคงต้องค้างกันที่นี่”

 

 

“นั่นไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องฟัง” มิฮอว์คเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย ลูกเรือของเจ้าบ้านี่ จะคนไหนก็เหมือนกันเสียจริง

 

 

ลัคกี้ยิ้มอีกครั้ง คราวนี้เขายอมตอบแต่โดยดี “กัปตันของเราดูมีความสุขเวลาอยู่กับคุณ”

 

 

มิฮอว์คมุ่นคิ้ว “ฉันไม่เข้าใจ”

 

 

“...” ลัคกี้กัดเนื้อค้าง ราวกับในหัวโล่งไร้กระบวนการคิดไปชั่วขณะ ก่อนที่จะได้สติกลับมาและลนหาคำพูดดีๆ มาต่อยอดให้ได้

 

 

และราวกับเป็นโชคดี(หรือโชคร้าย?) เมื่อกัปตันอันเป็นที่รักของพวกเขาได้กระทำบางอย่างขึ้นจนแม้แต่ลัคกี้ต้องตกใจช็อคค้าง ปล่อยเนื้อที่คาบอยู่หล่นพื้น...นั่นเพราะเห็นคาตาว่ากัปตันของเขาเมาจนคลานขึ้นคร่อมตัวแขกคนสำคัญ ไม่เพียงเท่านั้น ยังตบท้ายด้วยจูบร้อนแรงอีก!!

 

 

มิฮอว์คเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับตน แถมเจ้าตัวก่อเหตุยังอยู่ในสภาพไม่สมประกอบดีอีกต่างหาก

 

 

กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก ทั้งที่เขาควรจะชอบและชินชากับรสสัมผัสนี้ แต่มิฮอว์คกลับรู้สึกว่าในปากของตนมันร้อนขึ้นราวกับกำลังกินของร้อนจนลวกปากได้อยู่

 

 

แชงค์คูสยิ้มกว้าง หัวเราะแหะๆ ด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขใจ ขณะที่มิฮอว์คยังช็อคค้างอยู่ เจ้าของเรือนผมสีแดงเอียงซบใบหน้ายิ้มหวานเหยิ้ม

 

 

ดวงตาดุจเหยี่ยวของมิฮอว์คยิ่งเบิกกว้างกว่าเดิมเมื่อรู้สึกถึงมือปลาหมึกที่เริ่มอยู่ไม่สุข

 

 

“ฝัน...ไปเถอะแก!!”

 

 

ผัวะ!!!

 

 

หมัดตรงเน้นๆ ซัดเต็มแรงจนร่างของแชงค์คูสกระเด็นไปนอนหงายหมดสภาพอีกฝั่ง ส่วนมิฮอว์คนั้นผุดลุกนั่ง หอบหายใจถี่เนื่องด้วยเผลอกลั้นหายใจไปหลายวินาที มือข้างที่ชกยังถือค้างไว้อยู่

 

 

...ครั้งแรกในชีวิตที่ต่อยคนอื่นเต็มแรงขนาดนี้

 

 

เส้นฟางสุดท้ายขาดผึงแล้ว มิฮอว์คเดินไปคว้าดาบคู่ใจและก้าวเท้าไปยังเรือลำน้อยส่วนตัวเพื่อที่จะรีบออกไปให้พ้นจากเกาะนี้...ไม่สิ ไปให้พ้นจากไอ้บ้านั่นต่างหาก!

 

 

ความโกรธของนักดาบอันดับหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วทั้งเกาะ งานเลี้ยงมีอันต้องหยุดกะทันหัน เพราะไม่มีใครกล้าขยับตัวไปขวางทางพี่แกให้กลายเหยื่อคบดาบแสนอันตรายเล่มนั้นแทนตัวต้นเหตุที่แท้จริง

 

 

คลื่นลมกำลังดำเนินไป มิฮอว์คทิ้งความหงุดหงิดไปกับทะเลผืนกว้าง...เมื่อใจเริ่มสงบลง จิตใจของเขาก็กลับมากระสับกระส่ายอีกครั้ง

 

 

การพบเจอกันครั้งหน้า คงไม่มีอีกสำหรับพวกเขา ดวงตาดุจเหยี่ยวทอดมองไกล แม้ไม่ใช่นักดาบโดยตรง แต่ฝีมือของแชงค์คูสคือของจริง และมิฮอว์คไม่คิดยอมรับชื่อ ‘นักดาบที่เก่จกาจที่สุดในโลก’ ได้ ในเมื่อเขายังไม่สามารถเอาชนะชายคนนั้นได้เลย

 

 

แต่ทว่า...การตัดสินนั่นคงไม่จำเป็นอีกแล้ว

กับคนที่เหลือแขนเพียงข้างเดียวนั่น

 

 

มิฮอว์คเลือกที่จะทำเป็นเมินความรู้สึกเบาบางที่ลอยฟุ้งอยู่ในอก มันไม่ได้สร้างความอึดอัดอะไรให้แก่เขา เพียงแต่มันทำให้เขาเผลอนึกไปถึงภาพของไอ้บ้าคนหนึ่ง ที่บ้าได้ขนาดทำตัวเองไม่สมประกอบได้ขนาดนั้น

 

 

“...ไม่เข้าใจมันเลยสักนิด”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

บนเรือลำใหญ่ที่กำลังม่งหน้าเดินทางไปเกาะต่อไป ธงโจรสลัดโบกพลิ้วไหวตามกระแสลมที่พัดกำลังดี เหมาะแก่การพักผ่อนยืดเส้นยืดสาย

 

 

ร่างของแชงค์คูสค่อยๆ เดินออกมาจากในห้องพัก ใบหน้าเหยเก มือข้างที่เหลือยกขึ้นลูบโครงหน้าตัวเองไม่ขาด เพราะหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้บ้าง

 

 

“โอ้....กัปตันตื่นแล้วรึครับ?” ลัคกี้ที่เห็นเงาร่างคนที่เดินเข้ามาใกล้จึงทักทาย

 

 

“อ่า...ว่าแต่เราออกเดินทางกันตั้งแต่เมื่อไหร่? เจ้าตาเหยี่ยวล่ะ? กลับไปแล้วงั้นเหรอ?” มาเป็นชุดเสียจนพาลลูกน้องเหงื่อตก

 

 

“นี่มันเที่ยงของวันถัดมาแล้วนากัปตัน...คุณตาเหยี่ยวเขากลับไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” ลัคกี้ตอบในเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น

 

 

“จริงอ่ะ!? ...เฮ้อ เสียดายชะมัด ฉันยังอยากเล่าเรื่องของลูฟี่ให้ฟังจังเลย...ว่าแต่ ทำไมหน้าของฉันถึงได้รู้สึกเจ็บขนาดนี้กันล่ะ?”

 

 

“เอ่อ...กัปตันคงนอนดิ้นล่ะมั้งครับ” ลูกเรือช่วยกันตอบเลี่ยงให้ ต่างพากันพยักหน้ารัวๆ ส่งเป็นลูกคู่กันใหญ่

 

 

แชงค์คูสยอมเชื่อแต่โดยดี เดินคร่ำครวญด้วยเสียงครางแสดงถึงความเจ็บปวดไปหาที่นั่งพักพิงสักมุมหนึ่งในเรือ ขณะที่ลูกเรือต่างมีสีหน้าเหนื่อยใจและหนักใจไปตามๆ กัน

 

 

กัปตันครับ...พวกผมน่ะมีคำตอบในคำถามของกัปตันทุกข้อเลยครับ แต่มันคงไม่ดีแน่ถ้าพูดออกไป

 

 

กัปตันถามว่าตาเหยี่ยวไปไหน? ...เขากลับไปตั้งแต่เมื่อคืน

กัปตันบอกว่าอยากเล่าเรื่องลูฟี่ให้ฟัง...กัปตันเล่าไปจนหมดเปลือกแล้วล่ะครับ

กัปตันถามว่าเจ็บหน้าเพราะอะไร? ...เพราะกัปตันโดนคนต่อยมาครับ

กัปตันถามว่าออกเดินทางตั้งแต่เมื่อไหร่? ...ออกเดินทางตั้งแต่เที่ยงแล้วครับ

และที่กัปตันไม่รู้สึกตัว...ก็เพราะกัปตันโดนต่อยจนสลบเหมือดไปตั้งครึ่งวันน่ะสิครับ!!

 

 

เหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่เพียงลัคกี้เท่านั้นที่เห็น ลูกเรือคนอื่นๆ ต่างเห็นพ้องต้องกันทั้งสิ้น งานเลี้ยงหยุดตั้งแต่ร่างกัปตันขึ้นคร่อมแขกคนนั้นแล้ว โชคดีที่แขกคนนั้นโกรธจนไม่ทันมองว่าพวกเขาต่างรับรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบด้วยกันทุกคน ไม่งั้นคงไม่มีชีวิตมาเดินเรือต่อแบบนี้แน่ ที่บังอาจไปเห็นภาพกัปตันของตัวเองล่วงเกินหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด พ่วงตำแหน่งนักดาบอันดับหนึ่งของโลก

 

 

คนแบบนั้น...พวกผมสู้ด้วยไม่ไหวหรอกนะกั๊บ TTwTT

 

 

เบนขยับเข้ามาสมทบกับพวกลัคกี้ หากนับอาการสีหน้า เบนถือว่านิ่งสงบที่สุดในกลุ่ม เหล่าคนเด่นคนดังในกลุ่มต่างพากันถอนหายใจยาว

 

 

“ฉันว่า...ปล่อยให้เป็นเรื่องของสองคนนั้นเถอะ” ลัคกี้เสนอความคิด

 

 

“ไม่รู้ว่าใครซื่อบื้อกว่ากันนะ” เบนว่าบ้าง

 

 

ทุกคนต่างเห็นด้วย และยอมปล่อยให้เหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไปเช่นการผจญภัยที่พบมา ...ไม่ต้องพูดถึง ก็จำฝังลึกในใจ ว่าต่อจากนี้ไป จะไม่ยอมให้กัปตันแตะเหล้าเกินกำหนดอีก!!

 

 

ขณะที่ภายนอกเกิดการจับกลุ่มตกลงต่อรอง วางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายหน้าหากพบกันอีก เจ้าของต้นเหตุเรื่องราวทั้งหมดได้หลับมาหาน้ำแข็งประคบใบหน้าในห้องครัว

 

 

ปลายนิ้วลากผ่านริมฝีปากของตนเองพลางครุ่นคิด...

 

 

“ฝัน...เหรอ?”

 

 

 

 

 

 

 

********************

คั่นด้วยคู่แรร์อีกครั้ง

ทำไมหมู่นี้เรานิยมแรร์จัง? =w=

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบคู่นี้นะ แต่หาอ่านยากมาก

#5 By ทับทิมหวาน (1.46.40.203|1.46.40.203) on 2015-05-12 17:25

เราชอบคู่นี้มากเลยค่ะ !! แต่ไม่ค่อยมีฟิคเลย ฮาาาา
คนบ้ากับคนซื่อบื้อมาเจอกันนี่วุ่นวายจริงๆ 555555555
มิฮอคนี่เขินแรงไปนะคะ 5555 /เขินจนต่อยแซงคูสกระเด็น
แนะนำให้ไปที่ลับค่ะจะได้ไม่มีคนคอยขัด ฮาาา

#4 By Merr (110.171.174.181|110.171.174.181) on 2015-05-03 17:27

@letsdance12 ขอบคุณที่ตามอ่านค่า^^

#3 By Hina_Sakura on 2015-04-27 23:01

แรร์จนตกใจ แต่ชอบมว้ากกกกก

#2 By MoOk_KuNg_Zaa on 2015-04-20 22:13

ฝากด้วยนร๊า สติ๊กเกอร์ไลน์น่ารักกวนๆ ขอบคุณจร้า
เวอร์ชั่นคำพูดภาษาไทย คลิก >> https://store.line.me/stickershop/product/1083371/en 
เวอร์ชั่นไม่มีคำพูด คลิก >> https://store.line.me/stickershop/product/1083387/en

#1 By (125.24.146.47|125.24.146.47) on 2015-04-20 03:52

Categories