Hina_Sakura View my profile

[Magi] Switch Paring - X /Jafar's Part

posted on 20 Mar 2015 12:27 by lovealaude in magi

Title :: Switch Paring … พลิกผันสลับรัก!

Paring :: Kouen x Alibaba / Sinbad x Jafar

Rate :: PG

Author :: Hina_Sakura

Warning ::           - เป็นคนดราม่าไม่เป็น แต่จะพยายามให้มันออกมาดีที่สุดค่ะ

                                - มีตัวละครเพิ่มมา...จาฟาลเราจะถูกเปิดโปงไหมหนอ?

                                - ใกล้ถึงฉากตะลุมบอนแล้ว งานหนักแน่ค่ะฉัน^^;

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

 

Switch Paring – X

{ Jafar’s part }

 

 

โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...มีเพียงพรมลิขิต หรือชะตาชีวิตที่ถูกกำหนดให้สายสัมพันธ์เชื่อมโยงเข้าหากัน หากชะตาต้องกันแล้ว ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นออกจากกันง่ายๆ ...แม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคนที่เกลียดขี้หน้าเพียงใดก็ตาม

 

 

 

 

สองวันให้หลัง ตามกำหนดการออกเดินทาง เรือไม้ลำใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ของซินเดรียวาดบนผ้าใบเรือผืนใหญ่แอ่นโค้งตามแรงคลื่นลมของทะเลที่เป็นใจ ข้ามผ่านน่านน้ำตรงสู่แผ่นดินใหญ่

 

 

ข่าวที่ว่ามีผีออกอาละวาดในวังหลวงของซินเดรียกระจายสู่ประชาชนอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตกใจไม่น้อย จนราชาแห่งซินเดรียและเหล่าขุนพลต้องช่วยกันแก้ข่าว ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นสิ่งรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตของทุกคนได้...แน่นอนว่าราชาไม่ยอมเสียหน้า บังคับให้ทุกคนร่วมมือกลบด้วยข่าวที่ว่าต้นเหตุเสียงร้องนั้นเป็นเสียงของผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อการทดลองของยามูไรฮะ

 

 

ซึ่งข่าวก็จบลงตามนั้น เพราะเป็นที่รู้กันไปทั่วอาณาจักรว่าขุนพลนามยามูไรฮะนั้นชื่นชอบการทดลองใหม่ๆ มากเท่ากับที่เธอชื่นชอบการใช้ศาสตร์ต่างๆ

 

 

เรื่องคราวครั้งนี้เธอจึงจำยอมรับคำกล่าวโทษและก้มหัวที่สร้างความตื่นตกใจให้แก่ราษฎรและผู้ร่วมงานทุกคน...ซึ่งตัวเธอก็ยินยอมอยู่ครึ่งหนึ่ง เพราะเธอได้ท่านชายาช่วยแก้เผ็ดให้ภายหลังแล้ว

 

 

ในวันนี้นั่นเอง...

 

 

“แสบๆๆ เจ้าจะฆ่าข้ารึไงกัน?!”

 

 

เสียงร้องของราชาแห่งซินเดรียดังระงม ร่างกายกำยำปราศจากอาภรปิดบังสะดุ้งเป็นพักๆ ด้วยความรู้สึกปวดแสบจากบาดแผลที่แผ่นหลัง ซึ่งกำลังถูกผ้าประคบร้อนแต้มยาซับเป็นจังหวะอย่างไม่เบามือ

 

 

ย้ำ...ไม่เบามือ

 

 

“ท่านทำตัวเองนี่เพคะ เป็นถึงราชา เรื่องแค่นี้ไม่ควรตีโพยตีพายเสียงดังนะเพคะ เดี๋ยวราชบริวารจะกล่าวกันได้ว่าราชาแห่งซินเดรียอ่อนแอกับผดผื่น” เสียงของชายากล่าวสลับแอบส่งยิ้มให้หญิงสาวสองขุนพลที่เกือบจะกลายเป็นผู้ติดตามของตนกลายๆ (เพราะเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน)

 

 

“นั่นสิคะองค์ราชา บาดแผลแค่นี้ไม่คณาผู้เป็นราชาอยู่แล้ว” ยามูไรฮะซึ่งช่วยถือผอบใส่ยาสมุนไพรคอยยื่นให้ท่านชายาชุบเป็นระยะ ส่งยิ้มเป็นนัยความให้ตอบเช่นกัน

 

 

เกือบถึงฝั่งท่าเรือของแผ่นดินใหญ่แล้ว แต่ในเช้าวันที่สองนั้นราชาเกิดร้องลั่นขึ้น สร้างความตื่นตกใจแก่ทุกคนบนเรือ นึกว่าเกิดเหตุร้ายกับราชาขึ้น...แต่พวกเขาก็พบว่า สาเหตุที่องค์ราชากรีดร้องนั้นเพราะเกิดอาการผดผื่นฉับพลัน นิ้วมือลงแรงเกาไปทั่วทั้งตัวจนแดงก่ำ โดยเฉพาะที่แผ่นหลัง

 

 

ลำบากยามูไรฮะต้องช่วยปรุงยาสมุนไพรช่วย ซึ่งไม่มีใครฉุกคิดว่าทำไมเธอถึงมีสมุนไพรมาพร้อม ทั้งที่ไม่น่าจะรู้ได้ว่าจะเกิดเรื่องทำนองนี้ขึ้นได้ แต่ด้วยเสียงร้องโหยหวนของผู้เป็นราชา จึงไม่มีใครเห็นถึงข้อต่างนั้น

 

 

ท่านชายาอาสาเป็นคนแต้มยาให้ ซึ่งราชาซินแบดปฏิเสธยกใหญ่ในตอนแรก แต่เมื่อไม่มีใครยอมขยับตัวเข้ามาช่วยเขา ด้วยสภาพที่น่ารำคาญถึงขีดสุดของร่างกาย ราชาจึงยอมลดศักดิ์ศรี ยอมตกลงให้ชายาเป็นผู้แต้มยาให้

 

 

ซึ่งซินแบดกล้าสาบานว่า...เขาเห็นรอยยิ้มบางอย่างที่แปลได้ถึงความเหนือชัยจากชายาของเขา

 

 

“องค์หญิงจาฟาล ข้าจะไม่บ่นแน่หากท่านยังลงมือรุนแรงเช่นนี้...น้ำมือรุนแรงเช่นนี้ ท่านคงไม่ได้รับการเสียมสอนอย่างถูกวิธีในการพยาบาลผู้ป่วยสินะ?” ซินแบดกัดฟันโกรธในคราแรก เขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจงใจ

 

 

และเขาก็หาวิธีเอาคืนได้จากการกระทำนั้น

 

 

...แต่ไม่เท่าจาฟาลที่ยิ้มราวกับอ่านทางออกอยู่แล้ว

 

 

“ข้าได้รับการสอนมาดีเพคะองค์ราชาซินแบด เพียงแต่อาจารย์ของข้าสอนเสมอในศาสตร์การรักษา หากต้องการให้ผู้ป่วยหายจากโรคภัยโดยเร็วควรใส่ใจและใส่แรงลงไปให้มากเพคะ” จาฟาลยิ้มพราย ตอบกลับคำสบประมาทของราชาจอมแสบได้อย่างง่ายดาย

 

 

บทสนทนาดำเนินไปโดยผลัดกันแขวะของคู่สมรสใหม่ จนบรรดาขุนพลที่ไม่เกี่ยวข้องต้องหลบออกมาจากบรรยากาศแสนมาคุที่ถูกรอยยิ้มเย็นเหล่านั้นสร้างขึ้นมา

 

 

“เฮ้อ...ไม่น่าเชื่อว่ายัยนั่นจะทนอยู่ได้” ชาร์รูคันถอนหายใจ เขาหลบออกมารับลมเย็นๆ ของทะเลที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง กลิ่นเค็มเย็นๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นกว่าเป็นไหนๆ

 

 

“ไม่รู้ว่าข้าคิดเป็นเองคนเดียวหรือไม่...แต่ข้าเห็นว่ายามูไรฮะดูมีความสุขเหลือเกิน ทั้งที่นางไม่ค่อยชอบวิชาปรุงยาเท่าไรนัก” ดราก้อนเอ่ยกับขุนพลอีกหนึ่งที่มีคำสั่งให้ร่วมเดินทางกันมาในครั้งนี้

 

 

“ไม่ทราบขอรับ” มัสรูลเอ่ยเสียงเรียบเช่นทุกครา

 

 

ดราก้อนลอบถอนหายใจ รุ่นน้องแต่ละคนช่างทำเขาหนักใจเหลือเกิน คนหนึ่งก็ซื่อจนพูดเรื่องมีสาระนักด้วยไม่ได้ อีกคนก็นิ่งเสียจนปานกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก อีกสองขุนพลที่เหลือก็เป็นหญิงสาวที่ไม่อาจคุยได้ทุกเรื่อง แถมตอนนี้อาจแปรพรรคไปร่วมกับชายาแล้วก็เป็นได้

 

 

ขุนพลที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเช่นเดียวกับราชา เรียกได้ว่าเป็นสหายเก่ากันมาก่อนกับราชาและขุนพลฮินะโฮโฮอย่างดราก้อน ย่อมมองออกถึงสีหน้าของรุ่นน้อง และแม้เขาจะมองออกว่ายามูไรฮะยินดีในการเจ็บปวดครั้งนี้ของราชาซินแบด(คงเพราะสะใจที่ได้เห็นราชาที่โยนความผิดมาให้ถูกเอาคืน)แต่ดราก้อนก็ไม่อาจเดาไปได้ว่าผดผื่นครั้งนี้จะเป็นฝีมือของเธอ

 

 

แม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ยามูไรฮะเป็นหญิงสาวที่มีสัตย์สาบานเทียบเท่ากับขุนพลรุ่นใหญ่อย่างพวกเขาทีเดียว ดังนั้นเธอคงไม่ใช่ต้นตอของผดผื่นเหล่านี้แน่

 

 

ดราก้อนไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นความบังเอิญ เพราะซินแบดเป็นชายที่มีร่างกายเข้มแข็ง ไม่เคยเจ็บป่วยอะไรง่ายๆ ขนาดตอนกำลังย่ำแย่ที่สุดยังสามารถพลิกสถานการณ์ชนะศัตรูมาได้ทุกครั้ง

 

 

คนที่อึดและถึกได้ขนาดนั้น...เชื่อไม่ลงจริงๆ ว่าจะเกิดอาการผดผื่นเฉียบพลันเพราะลมทะเลเปลี่ยนทิศ(แอบจิกกัดเพื่อนตัวเองเล็กน้อย)

 

 

“โอ้! มองเห็นฝั่งแล้ว!” ชาร์รูคันกู่ร้อง วิ่งโลดเต้นไปทางดาดฟ้าเรือ ทอดมองแผ่นดินที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้สายตา เห็นประภาคารตั้งเป็นหอคอยสูงอยู่ไม่ไกล อีกไม่นานเรือก็จะได้เทียบท่าเสียที

 

 

“ขอบคุณที่ช่วย” จาฟาลกล่าวขณะออกจากห้องบรรทมของราชาซินแบดมาพร้อมยามูไรฮะและบิตตี้ที่ยังขำสภาพขององค์เหนือหัวไม่เลิก

 

 

“มิได้เพคะ ข้ายินดีช่วยท่านชายาเสมอ” ยามูไรฮะกล่าวด้วยความยินดียิ่ง ความสบายใจที่ได้มาจากการช่วยเหลือของท่านชายาทำเธอแทบหลุดสีหน้าเกินเหตุด้วยซ้ำ

 

 

เช้าตรู่ในวันออกเดินทาง ท่านชายามาเคาะประตูห้องพักของเธอ ขณะนั้นเธอยังไม่ตื่นดี แต่ก็สามารถจดจำทุกคำพูดของท่านชายาตอนนั้นได้ คำพูดของท่านชายาในตอนนั้นเป็นรายชื่อสมุนไพร แม้ไม่ใช่ศาสตร์ที่เธอถนัดนัก แต่เมื่อรู้รายชื่อสมุนไพรที่ท่านชายาบอก เธอก็รู้ได้ทันทีว่านั่นคือยาแก้อาการทางผิวหนัง แต่ท่านชายาก็ไม่ยอมบอกอะไรมากกว่านั้น กำชับเพียงให้เตรียมขึ้นเรือไปด้วย

 

 

ตอนแรกเธอคิดว่าท่านชายาจะเป็นใช้ยาด้วยตัวเอง...ไม่นึกว่าจะมีผลลัพธิเช่นนี้เกิดขึ้น

 

 

“ยิ้มได้สยองจริงเชียว” ชาร์รูคันแอบแขวะเมื่อยามูไรฮะเดินผ่าน

 

 

โป๊ก!

 

 

ไม้เท้าคู่กายตวัดลงแรงใส่ศีรษะของเพื่อนปากไม่ดีไปเต็มแรงหนึ่งที เรียกเสียงร้องครวญจากผู้เคราะห์ร้ายได้อย่างดี

 

 

“ฮึ! สมควร” หญิงสาวสะบัดเดินหลบไปก่อนที่อีกฝ่ายจะโต้กลับทัน จึงมีเพียงแว่วเสียงสาปแช่งไล่หลังมาเท่านั้น ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายซ้ำสองก็คงไม่พ้นมัสรูลเป็นแน่

 

 

แผ่นดินใหญ่...ในที่สุดก็ได้มาเหยียบ เนิ่นนานเหลือเกินที่ไม่ได้มาชื่นชมบรรยากาศพื้นเมือง สีสันที่เปิดกว้างยิ่งกว่า เนื่องจากแผ่นดินใหญ่แถบนี้ไม่ขึ้นเป็นเอกราชของอาณาจักรใดเป็นพิเศษ แม้กระทั่งซินเดรียก็ตาม

 

 

เป็นสถานที่ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกหรือชนชั้น...หรืออีกนัยก็คือ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้า-ออกที่นี่ได้อิสระ เป็นสถานที่ระดับความปลอดภัยต่ำ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าอยู่ตั้งรกรากที่นี่นานนัก

 

 

แต่ราชาซินเดรียผู้ชื่นชอบการผจญภัย เขาไม่นึกกลัวต่อสิ่งเหล่านั้น กลับกันเขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบเจอเรื่องราวในแต่ละวัน ซึ่งได้ทำการปลูกตั้งรากฐานสร้างเป็นกิจการโรงแรมไว้ให้นักเดินทางทุกคนได้มีจุดแวะพักที่ดี แน่นอนว่าระบบป้องกันภัยย่อมแน่นหนาตามคำสั่งของผู้เป็นราชา ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่เงียบเหงาเช่นแต่ก่อน เพราะยังมีที่ซึ่งคนธรรมสามัญทั่วไปสามารถไว้วางใจในการพักผ่อนได้

 

 

เหล่าขุนนางที่ตามชื่อเสียงของราชาแห่งซินเดรียมา ขึ้นจดทะเบียนร่วมการค้ากับซินเดรีย ได้เข้ามาปลูกสร้างธุรกิจ ณ สถานที่แห่งนี้ไม่น้อย และพวกเขาที่พลาดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่จากเกาะอันเป็นฐานที่ตั้งหลักของซินเดรียนั้น จึงยินดีเป็นอย่างมากที่ราชาทรงยินยอมรับฟังคำขอ และลงจากบัลลังก์มาด้วยตนเอง

 

 

“โอ้! เหล้าของที่นี่รสดีไม่เปลี่ยนเลย” ราชาซินแบดยิ้มพราย ดื่มด่ำกับรสชาติที่ล้ำลึกของเหล้าที่นำมาส่งหมอบให้พร้อมของกำนัลแสดงความยินดีการสมรสจากชายร่างอ้วนท้วมเจ้าของโรงหมักเหล้าที่คอยส่งออกขายไปตามที่ต่างๆ

 

 

“หากถูกปากท่านข้าน้อยก็ดีใจมากขอรับ...แล้วท่านชายาไม่ดื่มหรือขอรับ?” ยิ้มสบายใจเมื่อองค์ราชากล่าวชมจนแทบตัวลอย แต่ครั้นหน้าจะเสียเมื่อเห็นว่าชายาของราชาซินแบดไม่ยอมแตะต้องเครื่องดื่ม หรือชายตามองเครื่องบรรณาการที่เหล่าขุนนางทยอยนำมาแสดงความยินดี

 

 

“ข้าต้องขอโทษท่านด้วย ข้ายังรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทาง คงไม่อาจดื่มเหล้าที่เจ้านำมาได้” จาฟาลค้อมตัวคลี่ยิ้มบอกอย่างสุภาพ

 

 

“หึ...เจ้าอย่าสนใจไปเลย นางแค่คออ่อนน่ะ” ซินแบดได้ทีก็แว้งกัดใหญ่

 

 

จาฟาลยิ้มเย็นกับคำพูดดูถูกดูแคลนนั่น แม้อยากจะบอกเจ้าของโรงเหล้าว่าเขาไม่ได้อ่อนเพียงใด แต่จาฟาลก็ต้องยอมให้เข้าใจผิดกันไปตามนั้น

 

 

เพราะจาฟาลยังจำได้ดี...โดยได้รับการยืนยันจากอาบีบาบาเอง ว่าหากเหล้าเข้าปากเขาเมื่อไหร่ จะคุมสติไว้ไม่ได้ และนิสัยจะเปลี่ยนเป็นอีกคน ซึ่งเขาไม่อยากทำแผนล่มกลางคันเพราะเหล้าแน่นอน

 

 

เมื่อได้รับคำแสดงความยินดีจากขุนนางคนสุดท้าย จาฟาลก็รีบขอตัวปลีกออกมาจากห้องโถงที่แทบจะกลายเป็นลานจัดเลี้ยงย่อมๆ ด้วยฝีมือของราชาผู้ชื่นชอบงานรื่นเริง เหล่านางรำที่เห็นโอกาสงามที่ท่านชายาเปิดทางให้ก็รีบเข้าไปคลอเคลียองค์ราชาซินแบดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ หญิงสาวนางใดก็ล้วนหมายปองชายผู้มีคุณสมบัติครบทุกประการทั้งสิ้น

 

 

ซึ่งคราวนี้จาฟาลยอมให้ราชางี่เง่าได้ทำตามอำเภอใจ ยิ่งเมาจนหลับไปได้ก็ยิ่งเป็นผลดี แถมขุนพลที่ติดตามมาด้วยยังถูกสั่งด้วยวาจาเอาแต่ใจของผู้เป็นราชาให้อยู่กินเลี้ยงด้วยกัน

 

 

นี่ล่ะโอกาสทองที่รอคอย...

 

 

“ท่านชายาเพคะ”

 

 

จาฟาลสะดุ้ง...เขาเกือบลืมสองหญิงสาวไปเสียสนิท คงเพราะก่อนหน้าพวกเธอได้รับสั่งให้ไปเตรียมห้องพักสำหรับพวกเขา จึงไม่เห็นเงาตัวในงานเลี้ยง

 

 

“มีอะไรหรือ?” จาฟาลปรับสีหน้ายิ้มละไมถามหญิงสาวทั้งสอง

 

 

บิตตี้เข้าไปเกาะแกะมือของจาฟาล เธอยิ้มจนแก้มปริ ในมืออีกข้างมีแก้วไวน์ถือโคลงเคลงจนอดคิดไม่ได้ว่าของเหลวที่อยู่ในนั้นจะเทหกลงมาเมื่อใด ดวงหน้าเด็กสาวขึ้นสีระเรื่อ...เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าเธอคงได้ที่แล้ว

 

 

“ข้าไม่เห็นท่านที่งาน รู้สึกไม่ดีตรงไหนรึเปล่าเพคะ?” ยามูไรฮะถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล เพราะตั้งแต่เธอเข้ามาในห้องโถง ทอดมองท่านชายาที่นั่งเคียงข้างกับองค์ราชาแล้ว สีหน้าของท่านชายาไม่ค่อยสู้ดีนัก จนเธอนึกเป็นห่วงว่าท่านชายาจะป่วยหรือถูกองค์ราชากลั่นแกล้ง(?)

 

 

“ข้าเพียงรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทาง เจ้าอย่าห่วงไปเลย”

 

 

“เช่นนั้นข้าจะพาไปส่งที่ห้องบรรทมนะเพคะ”

 

 

“อย่าเลย ข้าไม่รบกวนเจ้าดีกว่า ไปร่วมงานเลี้ยงกับทุกคนเถิด”

 

 

“แต่...”

 

 

“เอ้า ดูสิ บิตตี้เป็นเสียขนาดนี้แล้ว ข้าว่าเจ้าดูแลบิตตี้ดีกว่านะ เรื่องห้องพักข้าสามารถไปเองได้ ขอบคุณที่อุดส่าห์เป็นห่วงข้านะ” จาฟาลตัดบท โดยอาศัยเด็กสาวข้างกายที่ตัวแทบจะไหลลื่นลงไปนอนกองกับพื้นได้แล้ว ริมฝีปากน่ารักเริ่มพูดจาฟังไม่ได้ศัพท์

 

 

ยามูไรฮะรับบิตตี้ที่เมาจนเละกลับมา เธอหลบเข้าไปเอ่ยกับดราก้อนว่าจะพาบิตตี้ไปพักเพราะเมาจนยืนไม่ไหวแล้ว เธอกลับออกมาที่ระเบียงทางเดินหวังจะเดินไปส่งท่านชายาด้วยกัน ปรากฏว่าเธอไม่เห็นเงาใครอื่นเลยนอกจากความว่างเปล่า

 

 

ดวงตาคู่สวยของยามูไรฮะกระพริบปริบ ทั้งที่เธอหลบเข้าไปคุยกับดราก้อนเพียงครู่เดียวเท่านั้น เงาร่างของท่านชายาก็ไม่น่าจะหายไปจากทางเดินได้ทันที เพราะกว่าจะถึงมุมเลี้ยว เส้นทางที่ทอดไปก็ไกลพอสมควร แถมกำแพงทั้งสองด้านยังปิดสนิท และเธอก็ไม่ได้ยินเสียงลงฝีเท้าหนักๆ ด้วย

 

 

หรือเธอจะเริ่มเมาแล้วเช่นกัน?

 

 

...คล้อยหลังเงาร่า